วิถีและการเรียนรู้ชุมชนคลองเตย | สภาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร

วิถีและการเรียนรู้ชุมชนคลองเตย

 วิถีและการเรียนรู้ของชุมชนคลองเตย

              เขตคลองเตยมีชุมชน ทั้งสิ้น 44 ชุมชน มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 110,000 คน หรือประมาณ 21,500 ครัวเรือน   บริเวณที่เป็นที่ดินของการท่าเรือคลองเตยมีเนื้อที่ 2,259 ไร่เศษ เป็นพื้นที่ชุมชนแออัด   400 ไร่   รวม  26 ชุมชน ประชาชนมากกว่า 70,000 คน ครัวเรือนมากกว่า 12,000 คน   ชุมชนตั้งหนาแน่นอยู่ติดกันรวมเรียกว่า ชุมชนแออัดคลองเตย ซึ่งเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในปัจจุบัน

                การก่อเกิดชุมชน-  พ.ศ. 2480 - 2482 รัฐเวนคืนที่ดิน 2,259 ไร่เศษที่ตำบลคลองเตยซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่น่า  เพื่อขยายกิจการขนส่งทางเรือ   ต่อมาเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และข้อจำกัดการขยายตัวทางเศรษฐกิจทำให้การท่าเรือใช้ประโยชน์จากที่ดินไม่เต็มที่ เป็นผลให้ชาวบ้านอพยพเข้ามาอยู่เพื่อหางานทำในท่าเรือ

 

 พัฒนาการชุมชนคลองเตย

ยุคหนึ่ง  - ตั้งถิ่นฐาน ช่วยตัวเอง

                พ.ศ. 2500  - 2511  ชาวบ้านย้ายเข้ามารวมก่อเป็นชุมชนใหญ่ จากการการไล่รื้อบริเวณต่าง ๆ  เช่น 

บริเวณถุกไฟไหม้สลัมสวนมะลิ และ สะพานเหลือ ตลาดคลองเตย  โรงงานฆ่าสัตว์(โรงหมู)   และจากการไล่ที่สร้างท่าเรือด้านตะวันออก  บริเวณปากคลองพระโขนง   คนอพยพเข้าสร้างถิ่นฐานแต่รัฐไม่รับรอง  จึงเป็นชุมชนบุกรุก    มีปัญหา  เสื่อมโทรม  ไม่มีการเลือกตั้งทุกชนิด   ไม่รู้จักการเมือง     เกิดผู้นำธรรมชาติ  ช่วยตัวเอง  มีรร.วันละบาท(เริ่มตั้งปี  2511) เป็นศูนย์รวมพัฒนา

ยุค 2  (2513-2524)   เข้าสู่การพัฒนา

                 ปี 2511คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาลัยธรรมศาสตร์ ได้สำรวจชุมชน เป็นการเปิดโลกสลัมคลองเตย  หลังจากนี้คนจากภายนอกเข้าหาชุมชน  เกิดกิจกรรมพัฒนา   ปี 2515 การท่าเรือไล่ที่ครั้งใหญ่         ชาวบ้านคลองเตยได้มีส่วนร่วร่วมและรับผลกระทบจากเหตุการณ์  14 ต.ค 16  และ  6 ต.ค 19  ช่วงนี้มีการพัฒนาพื้นที่ครั้งใหญ่  ไล่ที่สร้างทางด่วน   สร้างแฟลต    การเคหะปรับปรุง      ให้ทะเบียนบ้านชั่วคราว   กทม. ตั้ง รร.ในชุมชน 

                การรวมกลุ่มของชุมชน ขยายตัว  ปี 2525  จัดตั้งกรรมการชุมชน   สมาพันธ์ชุมชนแออัดคลองเตย  ตั้งองค์กรพัฒนาในพื้นที่  คือ  มูลนิธิดวงประทีป  มูลนิธิรวมน้ำใจ   ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาบุคคล  เป็นพลังสนับสนุนชุมชนที่สำคัญ    ปี    2525  การท่าเรื่องไล่ที่ใหญ่อีกครั้ง   

ยุค 3 (2525-2534)  กระแสพัฒนาขึ้นสูง จัดตั้งชุมชนใหม่

                ผู้บริหารประเทศ และองค์กรต่าง ๆ ลงหาชุมชน   ชาวบ้านการต่อสู้ชนะ ท่าเรื่อให้เช่าที่ 20 ปี การเคหะจัดตั้งชุมชนใหม่    สร้างถนน น้ำประปา ไฟฟ้า      อาคารพานิช     ชุมชนมีสิทธิ์เลือกตั้ง    สส.ลงสลัม   คนในพื้นที่  เป็น สข.    สก.

 

เอ็นจีโอ สนับสนุนชุมชนนำความคิด     ปี 2529  ตั้งเขตปลอดยาเสพติด   เกิจกรรมเยาวชนเฟื่องฟู  สร้างสนามกีฬากลาง ต้านยาเสพติด  รณรงค์เลือกตั้ง  เสนอคำขวัญ  บริการน้ำไฟ ไม่ไล่ที่   มีทะเบียนบ้าน คือความต้องการสลัม         

 

        ปี 2534  ปฎิวัติ  รสช.  มีผลกระทบต่อบทบาทชุมชน

ยุค 4  (2535-2544)    การพัฒนาถดถอย  ยาเสพติดระบาดหนัก

พ.ศ.2534  เกิดรัฐประหาร รสช.สารเคมีระเบิด ยุบสนามกีฬาเป็นที่อยู่ชั่วคราว   ชาวคลองเตยเข้าร่วมในเหตุการณ์  พฤษภาทมิฬ      กลุ่มผู้นำเติบโต  แบ่งขั้ว   สมาพันธ์ฯ หมดสถานะตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์  

กทม.ยุค ดร.พิจิตต  ส่งเสริมชุมชน   ลานกีฬา   ตั้งประชาคม   

ยาเสพติดระบาดหนัก  ผู้ค้ายาฯ มีอิทธิพล  ไล่รื้อล็อก 7-12  จัดตั้ง “บ้านมั่นคงโรงหมู”

ยุค 5 (2545- ปัจจุบันสงครามสู้ยาเสพติด  การไล่รื้อครั้งสุดท้าย

นายกทักษิณ  ส่ง พล.ต.ท.นพดล  สมบูรณ์ทรัพย์  นำกำลัง ตชด.กวาดล้างยาเสพติดคลองเตย              

กลุ่มพัฒนาเริ่มฟื้นตัว  ตั้งเครือข่ายเรียนรู้คลองเตย   รวบรวมประวัติศาสตร์

       นายกทักษิณ ให้ท่าเรือใช้ที่ดินเพื่อเศรษฐกิจ  จัดทำแผนคลองเตยคอมเพล็ก  เตรียมรื้อย้ายใหญ่

       2548       งานฝึกอบรมขยายตัว  ตั้งวิทยาลัยชุมชนคลองเตย

        2549-51 เกิดความขัดแย้งการเมือง เสื้อเหลือง-เสื้อแดง  ชาวคลองเตยเข้าร่วมปรากฏตัวทั้งสองฝ่าย

                       แต่ภายในไม่ขัดแย้งกันเอง

        2550-51  ท่าเรือเริ่มแผนไล่รื้อ  ให้เอกชนเช่าช่วง แฟลต 1-10  ชุมชนเจ็ดสิบไร่   กำหนดไล่รื้อชุมชนพัฒนาใหม่  เปลี่ยนผู้เช้าตลาดคลองเตย ชุมนุมประท้วง ปาระเบิด

         2551  จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนคลองเตย           

สรุปประสบการณ์ชุมชนคลองเตย

คุณค่าของคลองเตย

                สร้างนักพัฒนาชุมชนเมืองสู่ขบวนการพัฒนา   และระดับนโยบาย 

                เป็นพื้นที่ทดลองแก้ปัญหาคนจน  ที่อยู่อาศัย  ยาเสพติด  ระบบสวัสดิการชุมชน

เป็นพื้นที่ปฎิบัติการสนาม เพื่อพัฒนางานวิชาการ

จุดแข็งคลองเตย

                ชาวบ้านสู้เรื่องไล่ที่ต่อเนื่อง  มีเครือข่ายและสร้างผู้นำรุ่นใหม่  มีองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่ ให้การสนับสนุนชาวบ้าน        องค์กรเอกชน และ ผู้นำ ประสานติดต่อกับภายนอกได้ทั้งทางวิชาการ และ องค์กรพัฒนา

 จุดอ่อนในอดีต

                ผู้นำชุมชน ขาดความรู้ไม่ทัน ภาคราชการ  กลุ่มผลประโยชน/การเมือง    ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม มีความคิดหวังพึ่ง     มีกลุ่มมิจฉาชีพ  ยาเสพติด  อิทธิพล เติบโตจนแก้ยาก

                องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ.)   เน้นงานสงเคราะห์  แก้ปัญหาเฉพาะหน้า   ขาดการพัฒนาคนที่มีแผน

โอกาสการพัฒนา

                จัดทำรูปแบบงานพัฒนาขึ้นเป็นพื้นที่ตัวอย่าง เช่น  โครงการที่อยู่อาศัยยั่งยืน   สภาองค์กรชุมชน   ยุติธรรมชุมชน   แก้ปัญหายาเสพติด   สหกรณ์ออมทรัพย์   

                พัฒนาคน  สร้างองค์ความรู้  เป็นต้นทุนสู่การพัฒนาคลองเตยในอนาคต

ภัยคุกคามอันตราย

                เผชิญถูกไล่ที่โดยการดำเนินการของทุนข้ามชาติ    อิทธิพลมิจฉาชีพที่เติบโตจากภายใน

 

การเรียนรู้ทางการเมืองของชุมชน

 

            เขตคลองเตยเป็นพื้นที่แรกที่จัดเวทีปรองดอง  จัดเมื่อ  9 มกราคม 2554    มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสินประมาณ 60 คน  เป็นตัวแทนจากทุกฝ่าย เสื้อแดง – เหลือง  ราชการ  สมาชิกสภาเขต(สข.)  พระ  ครู  NGOs  ซึ่งเป็นกลุ่มมีบทบาทในปัจจุบัน

            เนื้อหา - มีความข้องใจกับปัญหาจากระบบการเมืองใหญ่  คือ  ระบบยังไม่เป็นธรรม  นักการเมืองระดับสูงสร้างปัญหา  (เปรียบฝูงลิง)  จุดอ่อนประชาชน คือ ผู้นำชุมชนยังไม่ค่อยสนใจดูแลประชาชน  การสื่อสารระหว่างผู้นำกับชาวบ้านยังไม่ดี ทำให้ไม่เข้าใจกัน  หน่วยราชการ ไม่ชี้แจงเหตุผลปัญหา ที่มาที่ไปของโครงการต่าง ๆ

ที่ประชุมพยายามหลีกเลี่ยงไม่เสนอประเด็นที่จะก่อความขัดแย้ง  ระหว่างประชาชน มีหลากปรับตัว 

เสนอแก้ปัญหา ระดับปฎิบัติ  – ในชุมชนต้องใช้วัฒนธรรม ระบบสังคมที่ดี เป็นตัวเชื่อมร้อย  ใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นกลไกประสานราชการ  ระดับกลไก – เสนอแก้ระเบียบที่ไม่เอื้อต่อประชาชน   ร่วมเสนอใน ร่าง พรบ.กทม.ที่กำลังประชาพิจารณ์

การแก้ระยะยาว – พัฒนาการศึกษาให้คนฉลาด รู้ทัน   ใช้ศาสนานำ  ฟื้นฟูคุณธรรมจริยธรรมสังคม   สร้างคนให้มีความรักชาติ     

            ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ความคาดหวังกับเวที “ปรองดอง”  แต่มีความมั่นใจมากขึ้นในการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกันเองในเรื่องการเมือง  และร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชนได้ แต่กับราชการและฝ่ายการเมืองยังไม่เห็นทางคลี่คลาย

            ที่ประชุมตกลงที่จะสรุปองค์ความรู้การแก้ปัญหาคลองเตย และ ร่วมกันจัดทำกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การศึกษา  แก้ปัญหาไล่ที่  กิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนและปัญหาปากท้อง   งานที่คาดหวัง คือ สรุปประสบการณ์คลองเตยเป็นองค์ความรู้  ในการทำงานและสืบต่อคนรุ่นใหม่

 เสนอทิศทางใหม่คลองเตย : ชุมชนเข้มแข็ง  ต่อต้านยาเสพติดต่อเนื่อง   ที่อยู่อาศัยมั่นคง

                 — สร้างผู้นำ   ให้มีคุณธรรม  มีความสามารถ    สร้างระบบทำงานเป็นทีม      มีแผน-มีข้อมูล   ไม่ส่งเสริมให้มิจฉาชีพ อิทธิพลเติบโต   ประสานกับเครือข่ายชุมชน กทม.

               — พัฒนา “สภาองค์กรชุมชนคลองเตย” มีบทบาทเป็นองค์กรประสานหลักในเขตคลองเตย     — ใช้แผนชุมชนบูรณาการกิจกรรม  เข้าเป็นองค์รวมในชุมชน  และ ในคลองเตย  เช่น แก้ยาเสพติด          กิจกรรมพัฒนา  การศึกษา  กีฬา  สาธารณสุข  ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม ฯลฯ

 — สร้างองค์ความรู้  เป็นต้นทุนสู่การพัฒนาคลองเตยในอนาคต

ประเด็นเรียนรู้ทางวิชาการ จากชุมชนคลองเตย

·      

สภาพทางสังคม วัฒนธรรม  โครงสร้างอำนาจ และปัญหาในสลัมใหญ่

·      

ระบบอุปถัมภ์ ในชุมชน

·      

ผู้นำและบทบาททางการเมืองในระบบ การเมืองภาคพลเมือง

·      

ชุมชนกับ กทม. และ รัฐบาลกลาง

·      

บทบาทของ NGOs

 

รูปภาพ: