เมกะโปรเจกต์ เป็นที่มาของการทุจริตและสร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชน | สภาองค์กรชุมชนกรุงเทพมหานคร

เมกะโปรเจกต์ เป็นที่มาของการทุจริตและสร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชน

 คณะ กก.เสนอ - เคร่งครัดกระบวนการ วิชาการ เป็นธรรมที่ชาวบ้านเข้าร่วมได้

          แม้ว่าเมกะโปรเจกต์จะเป็นที่มาของการลงทุน การจ้างแรงงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ  แต่ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า     เมกะโปรเจกต์เป็นที่มาของการผลาญภาษีราษฎรโดยไม่จำเป็น      เอื้อผลประโยชน์ส่วนตน/พรรคพวกเป็นที่มาของการฉ้อราษฎรบังหลวง  สร้างความแตกแยกในหมู่การเมืองและข้าราชการ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นอันมาก    เมกะโปรเจกต์จึงจำเป็นต้องมีระบบการควบคุมและตรวจสอบที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสำคัญ

ระดับนิติบัญญัติ

         1)    จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏ  การใช้จ่ายงบประมาณตามโครงการเมกะโปรเจกต์ กระทำโดยนักการเมืองและ ข้าราชการประจำ  ตามลำพังโดยปราศจากเกณฑ์พิจารณาความจำเป็น/ไม่จำเป็น เพื่อควบคุม(นอกจากเกณฑ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA)จึงเกิดโครงการที่ไม่จำเป็น(เช่น Superskywalk)ที่เอื้อประโยชน์ส่วนตัว/พรรคพวก    ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมี  กฎระเบียบในการใช้จ่ายงบประมาณ/การตั้งโครงการขนาดใหญ่ หรือชุดโครงการที่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน ที่มีงบลงทุนรวมเกิน 1000ล้านบาทต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์กรอิสระ(ที่จัดตั้งขึ้น โดยมี องค์กรประชาชน NGO นักวิชาการ/วิชาชีพที่เกี่ยวข้อง หน่วยราชการที่เป็นองค์กรตรวจสอบ  (เช่น ปปช  ปปท สตง)หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนพัฒนา ผังเมือง  BOI ฯลฯ เป็นองค์ประกอบ  กฎระเบียบดังกล่าวย่อมต้องมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา

ระดับนโยบาย                 

          2)   นโยบายพรรคการเมือง/รัฐบาลที่เกี่ยวกับเมกะโปรเจกต์ต้องมีความชัดเจน มีรายละเอียดเป็นรายลักษณ์อักษร   สามารถเข้าถึงได้ง่ายเป็นสาธารณะ  (มิใช่ข้อความ คลุมเครือสับสน เต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยาก  (Technical Jargon) ปราศจากรายละเอียดกิจกรรม  ขั้นตอน งบประมาณ ฯลฯ หรือเป็นเพียงคำปราศัย/สุนทร พจน์บนเวทีปิดที่สาธารณชนเข้าถึงได้ยาก)      ข้อสรุปสาธารณะ(จากการประชาพิจารณ์/ชี้ขาดโดยองค์กรทาง กระบวนการยุติธรรม/องค์กรที่เสนอ-จัดตั้งโดยรัฐ)  ที่เกี่ยวกับการสนับสนุน/เสนอให้ดำเนินการ/ระงับยกเลิกโครงการเมกะโปรเจกต์(ทั้งของรัฐและเอกชน)จะต้องได้รับการปฏิบัติ

ระดับแผนและโครงการ

3)   หน่วยงาน(ทั้งของรัฐและองค์กรอิสระ) ที่เกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนา (เช่น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) แผนส่งเสริมการลงทุน(คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน-BOI)และผังเมืองทุกระดับ  จะต้องจัดตั้งหน่วยงานกลั่นกรองแผนและโครงการเมกะโปรเจกต์ โดยมีองค์ประกอบจาก ภาคประชาชน NGO  วิชาการ/วิชาชีพที่เกี่ยวข้อง สภาที่ปรึกษาฯ เข้าร่วม (มิใช่ปล่อยให้นัการเมือง และข้าราชการประจำจัดทำแผน/โครงการตามลำพังและเสนอ ครม.อนุมัติ/เห็นชอบโดยปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน)

4)  “ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง” ในโครงการเมกะโปรเจกต์ มิใช่เป็นเพียงกลุ่มคนที่จำกัดเฉพาะ “ผู้ได้รับผลกระทบ”  เท่านั้น  ทั้งนี้จากข้อเท็จจริงที่ว่าโครงการ(ของรัฐ)เมกะโปรเจกต์ใช้งบประมาณของรัฐ(ภาษี  หรือแม้แต่เงินกู้ต่างประเทศ หรือการร่วมทุนก็ย่อมต้องมีผลประโยชน์ตอบแทนทางใดทางหนึ่ง หรือเมกกะโปรเจกต์เอกชน ก็สร้างผลกระทบไม่ต่างจากโครงการรัฐ)  ดังนั้นองค์กรประชาชนมีสิทธิและความชอบธรรมโดยสมบูรณ์  (ในฐานะเจ้าของประเทศ และเจ้าของภาษี)ที่จะพิจารณาให้ความเห็นชอบ/คัดค้านเพื่อปกป้องและเป็นหลักประกันในอนาคตและคุณภาพชีวิตของชุมชน ตนเองและครอบครัวตามรัฐธรรมนูญ    ทั้งนี้โดยมีนักวิชาการ/วิชาชีพ   NGO  ให้ข้อมูล/ ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา

 ระดับปฏิบัติ

5)   โครงการเมกะโปรเจกต์(ทั้งของรัฐและเอกชน)ต้องมีการศึกษาความจำเป็น/ความต้องการสาธารณะ  การศึกษาผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อม(EIA) ทางสังคม(SIA) และทางวัฒนธรรม(CIA)   โดยองค์กรอิสระ(ที่จัดตั้งตามข้อเสนอที่ 1-  มิใช่จัดทำโดยเจ้าของโครงการดังที่ปฏิบัติขณะนี้) โดยเจ้าของโครงการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย การศึกษาดังกล่าวต้องทำเป็นรูปการวิจัย และให้มีการนำเสนอผลบนเวทีวิชาการเปิดต่อสาธารณะ

6)  การศึกษาความต้องการสาธารณะคือการทำ “ประชาพิจารณ์”  ที่จัดขึ้นโดยองค์กรอิสระ(ที่จัดตั้งตามข้อเสนอที่ 1- มิใช่จัดขึ้นโดยเจ้าของโครงการดังที่ปฎิบัติขณะนี้) โดยเจ้าของโครงการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการทำ ประชาพิจารณ์ต้องมีขั้นตอน วิธีการ ตามหลักวิชาการสากล และบัญญัติเป็นกฏระเบียบตามกฏหมาย โดยเปิดเป็นเวทีสาธารณะ  สามารถเข้าถึงข้อมูลราลละเอียดได้ง่าย/เป็นสาธารณะ  การบวนการประชาพิจารณ์ต้องเป็นไปตามหลักการพิจารณาไต่สวนตามกระบวนการยุติธรรม  โดยมีองค์ประกอบ  องค์คณะผู้พิจารณาประชาพิจารณ์,  ตัวแทนจากเจ้าของโครงการและผู้เชี่ยวชาญ ,  ตัวแทนภาคประชาชนอันประกอบด้วยภาคประชาชน NGO  / นักวิชาการ/วิชาชีพ  ,ผู้แทนองค์กรสื่อสารมวลชน  และตัวแทนนักวิชาการ/วิชาชีพ ผู้เชี่ยวชาญที่องค์คณะผู้พิจารณาฯเชิญเพื่อให้ความเห็น   การประชาพิจารณ์ไม่จำเป็นต้องยุติในครั้งเดียวอาจมีกระบวนการอุทรณ์จนหาข้อสรุปได้

7)  ในกรณีที่ผลการพิจารณาสนับสนุนให้ดำเนินการโครงการเมกะโปรเจกต์  ผู้ได้รับผลกระทบย่อมต้องได้รับการชดเชย โดยมีหน่วยงาน(เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)รับผิดชอบตามกฏหมาย กฎระเบียบว่าด้วยการชดเชยจำต้องบัญญัติเป็นกฎหมายที่ชัดเจนเป็นธรรม

 

ผศ.ปฐมฤกษ์  เกตุทัต   คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประเด็นนโยบาย: 
เมกะโปรเจกต์/ที่อยู่อาศัย